สภาสตรีแห่งชาติฯ ชวนชาวเหนือ “แต่งย่องผ้าพื้นเมือง หื้อลือเลืองผ้าถิ่นไทย”

สภาสตรีแห่งชาติฯ ชวนชาวเหนือ “แต่งย่องผ้าพื้นเมือง หื้อลือเลืองผ้าถิ่นไทย”

สภาสตรีแห่งชาติฯ ชวนชาวเหนือ “แต่งย่องผ้าพื้นเมือง หื้อลือเลืองผ้าถิ่นไทย”

วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ ร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” กับ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยผู้ร่วมลงนามของจังหวัดเชียงใหม่ประกอบด้วย นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ นายอาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ นายอดิศร กำเนิดศิริ รองนายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ นางสาววรัญญา เลิศวรกิจพิพัฒน์ นายกสมาคมสตรีนครเชียงใหม่ และผู้แทนหน่วยงานภาคี รวม 11 หน่วยงาน และมีนางสาวศันสนีย์ ทาสม ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบเขตตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และจ่าเอก สงัด พืชพันธุ์ เลขานุการกรม กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามด้วย
ในส่วนของจังหวัดลำปาง มีนายชาตรี ธินนท์ พัฒนาการจังหวัดลำปาง นายบพิตร วิทยาวิโรจน์ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง นางวรุณกาญจน์ และผู้แทนหน่วยงานรวม 4 หน่วยงาน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีนางนันทิยา วงศ์วานิชย์ นายกสมาคมสตรีจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน มีนางอาภัสรา ธงพิทักษ์ รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดลำพูน นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีจามเทวีศรีหริภุญไชย จังหวัดลำพูน วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดลำพูน ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดลำพูน และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนร่วมลงนาม

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความความร่วมมือ ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน จังหวัดเชียงใหม่” ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทย ศิลปะอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และเป็นความชื่นชมของชาวโลก และเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่น เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยเน้นในกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐให้ใช้ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพื่อสืบสาน อนุรักษ์ผ้าท้องถิ่นไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน และสนับสนุน ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเสริมสร้างรายได้ให้กลุ่มสตรีในท้องถิ่น ซึ่งมีหน่วยงาน องค์กรภาคีที่ร่วมสนับสนุน ส่งเสริมการแต่งกายด้วย ผ้าไทย จำนวน 20 องค์กร ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน รวมทั้งสิ้น 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

ดร.วันดี กล่าวว่า สภาสตรีแห่งชาติฯ ได้เดินหน้ารณรงค์สวมใส่ผ้าไทยมาแล้ว 23 จังหวัด รวมครั้งนี้ด้วย รวมเป็น 26 จังหวัด เราตั้งเป้าไว้ให้ครบ 76 จังหวัด ที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทุกจังหวัดมีความตื่นตัวให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อผ้าไทยทุกผื่น ชุบชีวิตสตรีของแผ่นดิน ส่งเสริมศักยภาพสตรีกับผ้าไทย ภูมิปัญญาการทอผ้าไทยของทุกภาค ซึ่งโครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรี ครอบครัว และชุมชน รวมถึง ลดปัญหาการว่างงาน ปัญหาการย้ายถิ่นฐาน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นความภาคภูมิใจของคนไทยให้คงอยู่ต่อไปและถึงตรงนี้อยากจะเชิญชวนชาวสตรีของให้ท่านกันรงรงค์ช่วยกันใส่ผ้าไทยตั้งแต่คนในบ้าน ญาติมิตรแล้วก็ลูกหลานของเรา เราก็จะช่วยกันให้สตรีในชุมชนของเราเข้มแข็งขึ้น “หากไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะช่วยเรา”

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันประกาศเจตนารมร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในการตกลงร่วมกันใส่ผ้าถิ่นไทย กรมการพัฒนาชุมชนได้นำเอาแนวทางของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสนับสนุน ส่งเสริม ให้เกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเราเรียกว่ากลุ่ม OTOP ซึ่งเริ่มจากผ้าไทย แล้วก็ตอนหลังมีพวกช่างเงิน ช่างทอง ช่างแกะสลัก อาหารการกิน เครื่องประดับตกแต่ง ตลอดจนสมุนไพรต่างๆ แต่อย่างไรก็ดีซึ่งที่ผู้คนเห็นแล้วรู้เลยคือผ้าไทย สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ทรงทุ่มเท ทรงวิริยะอุตส่าห์ ทรงเสียสละทุกอย่างในการที่จะ ให้ผ้าไทย มีชีวิตอยู่รอด แต่เราขาดการสื่อสารประชาสัมพันธ์ย่างต่อเนื่อง เราต้องทำให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาและอยากสวมใส่ผ้าไทย หากคน 70 ล้านคน สวมใส่ผ้าไทยซึ่งจำเป็นต้องซื้อผ้าเพิ่ม คนละชิ้นสองชิ้น ในปีหนึ่งๆ จะต้องมีมูลค่าซื้อขายผ้าไทยเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน เงินหมื่นล้านบาทนี้จะกลับมาสู่ใคร กลับมาสู่ชาวบ้าน ครอบครัวของทั้งคนตัดเย็บ คนทอ คนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ท้ายที่สุด ลูกหลานของครอบครัวเหล่านั้น จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสที่จะได้สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว มีเงินออมเงินรายได้เพิ่มมากขึ้น ความสำคัญเหล่านี้เราก็เลยมาตกลงจะร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย เป็นโครงการดีฯ ที่อยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ครับ

นายคมสัน กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย จังหวัดได้มีการรณรงค์ให้หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำกลุ่ม องค์กร เครือข่ายพัฒนาชุมชน และผู้เข้าร่วมงาน แต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์แห่งผ้าไทย นอกจากจะประณีต งดงาม มีเอกลักษณ์ และมีชื่อเสียงเลื่องลือไกลไปในระดับโลกงานหัตถศิลป์ผ้าไทยจำนวนมากยังเกิดจากการสืบสานภูมิปัญญานับจากอดีตถึงปัจจุบัน นับเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่น่าภาคภูมิใจยิ่งของชาวไทย จังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแหล่งผลิตผ้าไทยผืนงามมากมาย อาทิเช่น ผ้าไหมสันกำแพง ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ผ้าปักชาวเขา และผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับการรณรงค์ส่งเสริมประชาสัมพันธ์การสวมใส่ผ้าไทย ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ในนามของพี่น้องประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา รัฐวิสาหกิจ จังหวัดเชียงใหม่ เราจะร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของการสวมใส่ผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ และ“ผ้าตีนจกแม่แจ่ม”(ผ้าจกแม่แจ่ม) หรือ“ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม” ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดงานหัตถศิลป์ผ้าทอมืออันขึ้นชื่อ เป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นของเรา

 

โอกาสนี้ นายอาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานครั้งนี้ ได้กล่าวขอบคุณ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคี ที่ร่วมลงนามให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองแห่งล้านนา เป็นดินแดนที่มีความหลากหลาย มีความผสมผสานทั้งด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่จะมาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนพบุรีศรีนครพิงค์ตามคำขวัญที่ว่า “ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา งามล้ำค่านครพิงค์” ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สวนพฤกษาศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ดอยหลวงเชียงดาว ม่อนแจ่ม ดอยอ่างขาง สวนสนบ่อแก้ว ผาช่อ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ บ้านแม่กำปอง และถนนคนเดิน ส่วนสินค้า OTOP ที่โดดเด่น ได้แก่ ผ้าซิ่นตีนจก เครื่องปั้นศิลาดล เครื่องเงิน เครื่องเขิน ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ชาผักเชียงดา น้ำผึ้ง เมล็ดกาแฟ ชาสมุนไพรต่างๆ และไม้แกะสลัก ที่สะท้อนถิ่นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะภูมิปัญญาในการทอผ้าและการแต่งกายของชาวล้านนา ซึ่งผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าพื้น ไม่มีลวดลาย หรืออาจเป็นลายง่าย ๆ เช่น ลายตาราง ส่วนการทอผ้าที่มีลวดลายสวยงาม ส่วนใหญ่เป็นลายเฉพาะของกลุ่มคน เช่น ลายน้ำไหล ของไทลื้อ ไทเขิน ไทยอง ซิ่นลัวะ ผ้าชนเผ่าต่างๆ เป็นต้น ทำให้ผ้าทอของเชียงใหม่มีหลากหลาย จนยากที่จะกำหนดว่าผ้าแบบใด ลายอย่างไรเป็นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของเชียงใหม่ ปัจจุบันผ้าทอของเชียงใหม่ที่เป็นที่นิยมมีอยู่หลายแห่ง คือ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ และผ้าไหมสันกำแพง เป็นต้น

เขียนเมื่อ: 11 ธ.ค. 2562 เวลา 15:10 น.    โดย: green